“การร้องเพลง” เพื่อถ่ายทอดศิลปะทางจิตวิญญาณ

“การร้องเพลง” เพื่อถ่ายทอดศิลปะทางจิตวิญญาณ

ศิลปะ คือ การจำลองแบบจากธรรมชาติ
ศิลปิน คือ ผู้ที่ใช้ความรู้ ความเข้าใจ ในธรรมชาติ สร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้ได้ผลงานที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด
ผลงาน คือ สิ่งที่ต้องเสพด้วยการสัมผัส การมอง การดม การชิม ฤทธิ์ของงานศิลปะ สร้างให้ความรู้สึกต่างๆนาๆ
ศิลปะที่เราสร้างสรรค์ คือ การร้องเพลง เราจะนำเรื่องราวในเพลงมาขับร้อง เพื่อจำลองความรู้สึกที่มีต่อเรื่องราวที่กำลังถ่ายทอด คำว่ารักในบางเพลง เป็นความรู้สึกที่เกิดจากการตีความผ่านจริตของเรา มันจึงจะแตกต่างจากคำว่ารักที่คนอื่นเคยถ่ายทอดในเพลงเดียวกัน
และสิ่งที่เราจะไม่ทำ ก็คือ การร้องเพลงตามความเห็นของคนอื่น เช่น ฉันท้อแท้ ฉันหมดสิ้นความหวัง ฉันกำลังจะตาย ฉันคงไม่อาจ Improvise หรือ Ad-lip ให้คำร้องนั้นมันมีหลายตัวโน๊ต ให้มันมีสีสรรตามความเห็นของคนฟังหรือกรรมการร้องเพลง หรือ Producer เพราะ การสิ้นแรงของเรา มันไม่ต้องการสร้างสีสรรค์ ไม่ต้องสร้างความน่าสนใจ ฉันจึงอยู่กับความรู้สึกที่มันไม่มีอะไรมาแต่งเดิมในเพลงประเภทนี้
“การร้องเพลง” เพื่อถ่ายทอดศิลปะทางจิตวิญญาณ

Never Enough

I’m trying to hold my breath, Let it stay this way. Can’t let this moment end.

You set off a dream in me. Getting louder now. Can you hear it echoing?

Take my hand, Will you share this with me?‘Cause darling, without you

All the shine of a thousand spotlights All the stars we steal from the night skyWill never be enough, Never be enough

Towers of gold are still too little. These hands could hold the world but it’ll

Never be enough, Never be enough, For me, Never, never, Never, never, Never, for me, For me

Never enough, Never enough, Never enough, For me, For me, For me

เรื่องราวของบทเพลง

Your content goes here. Edit or remove this text inline or in the module Content settings. You can also style every aspect of this content in the module Design settings and even apply custom CSS to this text in the module Advanced settings.

สว. มะเร็งร้าย ในระบอบประชาธิปไตย

สว. มะเร็งร้าย ในระบอบประชาธิปไตย

เป็นที่รับรู้ในหมู่ประชาชนเจ้าของอำนาจอธิปไตยร่วมกันว่า ที่มาและบทบาทของ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 250 คน เกิดขึ้นจากอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. โดยการแต่งตั้งของ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เพื่อสืบทอดอำนาจอยู่ในระบอบประชาธิปไตย โดยไม่มีส่วนใดยึดโยงกับประชาชน

ภายหลังจากการเลือกตั้งปี 2562 พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนจากประชาชนเป็นอันดับหนึ่ง ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หากแต่เป็นพรรครวมพลังประชารัฐ ได้ชิงรวบรวมพรรคการเมืองฝ่ายที่สนับสนุน คสช. จัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ พร้อมกับ เสนอชื่อ พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต่ออีก 4 ปี

เรียกได้ว่าจุดเริ่มต้นทางตันในทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย ล้วนมีสาเหตุมาจาก สว. 250 คน ได้อำนาจจาก คสช. เข้าไปใช้สิทธิ มีเสียงในรัฐสภา ซึ่งล้วนให้คุณเฉพาะฝ่าย พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา และนักการเมืองฝ่ายที่สนับสนุนประยุทธทั้งสิ้น

การเลือกตั้ง ปี 2566 ประชาชนใช้อำนาจผ่านการลงคะแนนเสียงด้วยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ในความเข้าใจของประชาชน คือ  บัตรใบหนึ่งเลือกผู้แทนราษฎร หมายถึงในเขตทะเบียนบ้านของตนเอง จะเลือกใครพรรคใดมาเป็นผู้แทนราษฎร และแน่นอนว่าผู้ลงสมัครที่ได้รับคะแนนสูงสุดจากประชาชน คือ ผู้ชนะการเลือกตั้ง มาต่อกันที่บัตรเลือกตั้งอีกใบ ประชาชนต่างเข้าใจร่วมกันว่า เป็นการลงคะแนนเสียงเพื่อเลือกบุคคลผู้มีความสามารถจากพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดจากประชาชน มานั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี พรรคการเมืองใดได้รับคะแนนสูงสุด ถือ เป็น พรรคที่ชนะการเลือกตั้ง และถือสิทธิ์ในการเสนอชื่อ ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ผลการเลือกตั้ง ปี 2566 แม้พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย ได้แก่พรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนเป็นอันดับสูงสุด รวมคะแนนเสียงจากพรรคฝ่ายประชาธิปไตยอื่นๆ ก็เรียกได้ว่าเกินกว่าครึ่งของสภาผู้แทนราษฎร 500 คน ที่เกิดจากเสียงของประชาชน แต่ต้องประสบปัญหาเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล นั่นเป็นเพราะการมีอยู่ของ สว. 250 คน ถูกนำมานับรวมอยู่ในสภา ทำให้สภาผู้แทนราษฎรที่ยึดโยงกับประชาชนมี ส.ส. จากการเลือกตั้ง 500 คน ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เป็นเพราะ สว. มะเร็งร้ายในระบอบประชาธิปไตย

5 เหตุผล ที่บ่งชี้ว่า สว. ที่ถูกแต่งตั้งโดย ประยุทธ จันทร์โอชา ไม่ควรมีอยู่ในการเมืองระบอบประชาธิปไตย

  1. ที่มาของ สว. ได้รับการแต่งตั้งโดยผู้ที่ทำการฉีกรัฐธรรมนูญ เคยล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย  
  2. บทบาทหน้าที่ของ สว. ไม่ได้เป็นไปเพื่อการสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยตั้งแต่แรก แต่เข้ามาเพื่อสืบทอดอำนาจของกบฏ ให้ผ่านเข้าสู่ระบบการเลือกตั้ง และ สว. จึงมีบทบาทเป็นเพียงประทับตราคำว่า ประชาธิปไตย
  3. ศักยภาพทางการคิดของ สว. มีข้อจำกัด วิธีคิด ความเข้าใจ ที่มีต่อคำว่า “คะแนนเสียงข้างมาก” ผิดแผกแตกต่างไปจาก ความเข้าใจปกติของคนทั่วไปและคนส่วนบนโลกใบนี้  
  4. สว. ไม่ได้ทำหน้าที่ตราประทับ ให้กับมติของประชาชน เช่น การไม่ออกเสียง การงดออกเสียง (ทั้งที่มันก็ไม่ควรมี สว. แต่แรกแล้ว) แต่ยังนับรวมอยู่ในตัวเลข 250 ที่นำไปรวมอยู่ในสูตรคำนวณ ถูกเหมารวมกับตัวเลขผู้เห็นชอบ หรือผู้ไม่เห็นชอบ ถือเป็นการคดโกงอำนาจประชาชน
  5. ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ สว. เมื่อพิจารณาจาก การก่อเกิดของ สว. บทบาทในปัจจุบันที่เป็นอุปสรรคในระบอบ ถือเป็นค่าใช้จ่ายที่สูง ไม่คุ้มค่า สิ้นเปลือง ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชน ซ้ำยังเป็นผลให้เกิดการเอนเอียงไม่เป็นสภาราษฎรที่เป็นธรรม

เมื่อพิจารณาจาก อำนาจหน้าที่ของ สว. แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการกลั่นกรอง ยับยั้งร่างกฎหมาย ตรวจสอบ ควบคุม เสนอแนะ เห็นชอบบุคคลในการดำรงตำแหน่ง ตลอดจนการเห็นชอบแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี หรือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สว. ที่เกิดจากอำนาจ คสช. ไม่มีความชอบธรรมในการได้รับบทบาทต่างๆ สิ่งที่ สว. ควรกระทำคือเคารพเสียงของประชาชน ด้วยการใช้อำนาจเป็นเพียงตราประทับความถูกต้องให้กับประชาชน และเปิดทางให้ผลเลือกตั้งในระบบประชาธิปไตยดำเนินไปอย่างราบรื่น และสิ้นสุดอำนาจ สว. ที่เกิดจาก คสช. อย่างสง่างาม เราไม่ยอมรับการมีอำนาจของคุณ แต่เราสามารถให้ความชื่นชมการสิ้นสลายเพื่อประชาชนได้อย่างจริงใจ  

 

หลักการประชาธิปไตย เสียงข้างมาก นับคะแนนเสียงกันแบบไหน

หลักการประชาธิปไตย เสียงข้างมาก นับคะแนนเสียงกันแบบไหน

หลักการประชาธิปไตยที่ว่าด้วยการได้ลงคะแนนเลือกตั้ง ผู้ชนะการเลือกตั้งคือ ได้รับเสียงข้างมาก คือ นับจำนวนคะแนนเสียงที่ได้รับจากประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ประชาชนอยากให้ใครมาเป็นผู้นำ ก็ลงคะแนนเสียงให้พรรคนั้นหรือผู้สมัครคนนั้น ขอเน้นย้ำว่าเป็นการนับคะแนนที่ได้รับจากประชาชนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง นับคะแนนเสียงจากผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อค้นหาพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนรวมสูงสุด

ภายหลังจากการเลือกตั้งฯ ปี 2566 มีการอ้างถึงวิธีการนับเสียงข้างมากผิดไปจากที่อธิบายมาในข้างต้น คือไปนำจำนวนเสียงที่ไม่ได้ลงคะแนน คะแนนที่ไม่ได้เลือก คะแนนที่ไปกระจัดกระจายอยู่ตามพรรคอื่นๆมานับรวมกัน แล้วบอกว่าอันนี้ต่างหากคือเสียงข้างมากที่ไม่ได้ลงคะแนนเสียงให้ !!!

แต่ถ้าจะลองใช้ความพยายามขั้นสูงที่จะทำความเข้าใจว่าไม่ใช่การพยายามจะโกงผลการเลือกตั้ง พยายามที่จะเข้าใจให้ได้ว่าเป็นวิธีคิดที่หลากหลายที่เกิดขึ้นได้ เราก็ลองเอาวิธีการนับแบบนั้นมาใช้ให้เหมือนกัน ก็จะมาสู่คำถามหลากหลายรูปแบบ เป็นต้นว่า พรรคไหนมีจำนวนเสียงที่ไม่ถูกเลือกสูงที่สุด พรรคไหนที่ประชาชนไม่ให้ความไว้วางใจมากที่สุด

สรุปแล้ว กติกาการนับคะแนนเสียงในการเลือกตั้ง ควรมาจากวิธีคิดแบบใดกันแน่ ระหว่าง นับคะแนนเสียงจำนวนมากที่สุดที่ได้รับจากผู้มีสิทธิลงคะแนน VS นับคะแนนจากบัตรเสีย นับคะแนนจากผู้ไม่ไปใช้สิทธิ์ นับคะแนนจากผู้ที่ไม่ได้เลือกว่าใครไม่ถูกเลือกมากที่สุด

 

Text: จอมยุทธ แห่งเมืองเพชร

Image: https://www.pexels.com/

10 เหตุผลที่ต้องมีผู้ช่วยขับรถยนต์

10 เหตุผลที่ต้องมีผู้ช่วยขับรถยนต์

เหตุผลด้านความปลอดภัย

1. เมา หลายครั้งที่วิถีชีวิตคนทำงานในสงัคมคนเมือง ก็หลีกเลี่ยงงานเลี้ยงสังสรรค์ได้ยาก แม้ในวันแรกๆของสัปดาห์ เช่น งานเลี้ยงขอบคุณลูกค้า มักจะเกิดขึ้นโดยไม่ได้วางแผนเอาไว้ล่วงหน้า มารู้ตัวอีกทีก็งานเลี้ยงเลิกแล้ว จะกลับยังไงเล่า เมาแบบนี้ …. เรียกคนขับรถสิครับ 

2. ร่างกายอ่อนเพลีย

3.

4.

เหตุผลด้านนโยบาย กฎมาย

1. เมาไม่ขับ

2. มีด่านตรวจแอลกอฮอล์

เหตุผลด้านความสะดวก

1. พาญาติ พ่อ แม่ ลูก ไปทำกิจธุระ

2. นำรถไปศูนย์ซ่อม ล้างรถ 

ขอแนะนำ 

error: Content is protected !!

Pin It on Pinterest